กลับเข้าเรื่อง เราได้รู้จักสเปนและกาตาลุนย่ากันไปพอสังเขป ก็เหมือนเวลาจะไปที่ใหม่ๆ ไกลๆ เราก็จะต้องมีความรู้ประดับบ้างจริงมั้ยคับ (ไม่จริง) 5555
อย่าฉะนั้นเลย เราออกเดินทางกันเลยดีกว่า
โก!!!
แต่ก่อนไปสเปนจริงๆ ทางเอเอฟเอสก็ได้ให้โอกาสพาไปโอ๊ลาท่านทูตสเปนประจําประเทศไทยที่สถานทูตสเปนครับ (แหงล่ะท่านคงไม่อยู่สถานทูตซิมบับเวหรอก ฮ่าๆ)
สถานทูตสเปนเดินทางง่ายสบายกระเป๋าถ้ามีบัตรรถไฟฟ้า ลงอโศกแล้วก็เดินๆๆๆ ไปจนถึงอาคารเลครัชดา (ทําไมไม่อยู่แถวรัชดา?) เสร็จแล้วก็กดลิฟท์
ชั้นไหนต้องหาดูที่ป้ายตรงลอบบี้อาคารเพราะณภัทรจําไม่ได้ หิๆ
ช่วงก่อนมาสเปนสถานทูตนี่แทบจะเป็นบ้านอีกหลังเลยครับ ต้องมารับส่งเอกสารวีซ่าเป็นว่าเล่น แถมเสียตังค์ค่าแปลเอกสารอีกบานตะไท (ขี้บ่นหว่ะ) 5555
วันที่มาพบท่านทูตทีเจ้าหน้าที่เอเฟเอสมาด้วยสองคน และยังมีรุ่นพี่ที่เคยไปเริงร่าที่บาเลนเซียเมื่อสามปีก่อนติดสอยห้อยตามไปด้วย
เมื่อถึงเวลานัด พวกเราก็ถูกต้อนรับเข้าไปยังห้องๆหนึ่ง คล้ายๆห้องประชุมครับ แล้วก็นั่งรอซักพัก ก็มีคนสเปนตัวเป็นๆ สามคนยิ้มแย้มเข้ามา สรุปแล้วไม่ใช่ท่านทูตแต่อย่างใด แต่เป็นคนในสถานทูตที่บิ๊กพอสมควร ก็มีการพูดคุยแนะนําตัวกันไปตามสไตล์
จุดไคลแมกซ์มันอยู่ตรงนี้
เมื่อมีการถามว่าจะไปอยู่ที่ไหนกัน เพื่อนร่วมประเทศอีกคนก็บอกว่าตัวเธอนั้นได้โฮสอยู่มาดริด สามหน่อสเปนก็ว้าววู้วแสดงความยินดีที่ได้อยู่ใกล้ความเจริญ ฮาๆ
เมื่อถึงตาเราบ้าง ผมก็บอกไปเต็มปากว่า
บาร์เซโลน่า...
นึกออกปะครับ
สามหน่อสเปนที่เคยร่าเริงกลับทําหน้าเหมือนผมถูกส่งไปค่ายกักกันเอาท์ชวิทซ์
นายคนกลางก็หันไปคอมเม้นกับพี่ที่มีจากเอเอฟเอส ว่า
คุณไม่ควรส่งนักเรียนไปแคว้นที่พูดภาษาอื่นที่ไม่ใช่สเปน
มึงขู่กูใช่มั้ยยย 5555
โดยเค้าให้เหตุผลว่าการไปสเปนควรได้ภาษา และความป็นสเปนจริงๆ ไม่ใช่ไปสเปนแล้วไม่ได้ภาษาสเปนกลับมา
เออก็จริงของเค้านะ
แต่มันจะบินพรุ่งนี้แล้วดิลุง ให้ทําไง?
แล้วบรรยากาศก็ตึงเครียด มีการจดบันทึกให้เอาไปบอกตัวเอ้ของเอเอฟเส บลาๆ แม้รุ่นพี่ชาวบาเลนเซียน่าจะให้การปฎิเสธว่ามีคนไปกาตาลุนย่าบ่อยๆ แล้วก็ได้ทั้งสองภาษากลับมา
แต่แล้วการพบ "ท่านทูต" ก็ผ่านไปด้วยดี ขาลงลิฟท์กลับมาทุกคนก็มาปลอบใจว่ายังไงก็ได้ภาษาสเปนแนนอน บลาบลาบลา
สงสัยกลัวไอ้หมอนี่จะเสียขวัญ ยกเลิกการไปสเปน ไม่หรอกน่าา สามแสนห้ากับวาจาของคนๆเดียวไม่ทําให้วิมานอากาศของณภัทรล่มสลายแน่นอน
อีกอย่างทําใจมานานแล้ว 555555
แล้วก็ถึงวันออกเดินทาง
ก็ไม่มีอะไรหวือหวาครับ เพราะเครืองออกตีหนึ่ง ใครมาส่งวันนั้นเค้ารักมาจริงๆนะตัวเองทั้งหลาย 55555
ผมก็รํ่่าลาครอบครัว เพื่อนๆ และเดินเข้าตม อย่างสง่างามด้วยเสื้อสีชมพูแปร๋นของเอเอฟเอส - -
การเดินทางเริ่มต้นขึ้นแล้ว ย้ะฮู้วว!!!
ตอนนั่่งรอเครื่องบินก็แอบนํ้าตาซึมเล็กๆ แหม ก็คนไม่เคยห่างบ้านนนานๆนี่นา ฮ่าๆ ข้ามอะไรเศร้าไปดีกว่า ว่าแล้วก็ออกเดินทางสู่ดูไบกันเล้ยยยยย
ดูไบไม่ได้อยู่สเปนนะ เค้าไปต่อเครื่องเฉยๆ
อีกอย่างโลกนี้ไม่มีประเทศชื่อดูไบนะครับ อย่าเข้าใจผิด ;)
จําได้ว่าพอขึ้นเครื่องก็หยเศร้าเลยฮะ เพราะได้สัมผัสเครื่องบิน A380 ของจริง ยะฮู้ว ก็ถือโอกาสสํารวจที่นั่ง ทีวีอย่างบ้าคลั่ง และหลับๆตื่นๆจนถึงดูไบนู่นเลยครับ
ลาก่อนประเทศไทยที่รัก ปีหน้าเจอกันใหม่นะ :)
ตื่นๆ ถึงดูไบละค้าบ :)
สนามบินดูไบ ดูคล้ายสุวรรณภูมิจริงจัง
เราเดินทางถึงดูไบอย่างสะลืมสะลือฮะ แต่พอไอโฟนและบีบีของสองชาวไทยเสื้อชมพูสามารถต่อไวไฟได้ปั๊บหนังตาก็หยุดก่อกวนทันที 5555
หามาดริดเจอมั้ย? :)
เราสองคนก็เดินหยุดดูว่าเครื่องเราอยู่ทางออกไหน แล้วก็ไปนั่งใกล้ๆทางออก แต่ตรงนั้นดันไม่มีไวไฟ เราเลยตองหาทําเลกันวุ่นวายฮะ
แล้วเมื่อตะวันขึ้นเราก็ออกเดินทางกันต่อ
ปล ต่อไปนี้จะเล่าโดยไร้รูปประกอบนะครบเพราะกล้องถ่ายรูปได้หายไปตั้งแต่หายใจในสเปนได้สองวัน... อาเมน
พอเครื่องลดระดับพอให้เราไดเห็นผืนดินเบื้องล่างได้
มันก็ตื่นเต้นนะครับ สเปนที่เราได้แต่นั่งดูในจอคอมพิวเตอร์มาเป็นปี ยุโรปที่ไม่เคยได้ัสัมผัสแบบที่จะพูดได้เต็มปากเต็มคํา (เคยเหยียบยุโรปแบบโกงๆ ที่อิสตันบูลฮะ :P) ความฝันจะเป็นจริงในไม่ช้าแล้วนะมึงงงงงง (พูดกับตัวเอง5555)
แต่ที่น่าสังเกตว่าทำไมแผ่นดินสเปนมันไม่เขียวชอุ่มแบบไทยเอาซะเลย
ดูแห้งๆ แดงๆ อย่างบอกไม่ถูก
กัปตันพาผมมายุโรปจริงป่าวเนี่ย? หรือเราขึ้นเครื่องผิด ไม่ใช่พอเครื่องลงมีเสียงประกาศ "ยินดีต้อนรับสู่สนามบินแห่งนครอูวากาดูกู ประเทศบูร์กินาฟาร์โซค่ะ" ช๊อกเลยนะ 55555
แต่เราก็ได้มามาดริด สเปน อย่างสมใจ(หวัดดีครับแม่) 5555555555555555555555555
สนามบินมาดริดสวยมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
ภาพจาก Wikipedia ฮะ
สนามบินมาดริดมีนามว่า บาราคัส (Barajas) เป็นสนามบินที่คึกคักเป็นอันดับสี่ของยุโรปและอันดับสิบเอ็ดของโลก เคยโดนระเบิดบอมบ์ในปี2006 โดยกลุ่มแบ่งแยกดินแดนหัวรุนแรงแคว้นบาสก์ (ETA)
แต่ตอนนี้สิ่งที่สําคัญกว่าประวัติสนามบินนี้คือ
กระเป๋าหายไปหนายย
รอจนถ้านั่งบนสายพานกลับไปดูใต้เครื่องได้ทําไปแล้ว มันไม่มาสักทีกระเป๋าลูกพ่อ ถามเจ้าหน้าที่ก็ส่งภาษาสเปนมาแบบกดฟอเวิร์ด X64
ทีนี้ก็เข็นรถเข็นวิ่่งกันทั่่ว สุดท้ายกระเป๋าลูกพ่อก็ตั้งโด่(อย่าคิดไกล?) อยู่ตรง Baggage Claim
ในสภาพที่ตรงที่จับด้านบนแตก ฮือ ต้อนรับกูอย่างดีเลยนะสเปน 555
สุดท้ายก็ทําเรื่องเพื่อเคลมทีหลัง สิริรวมเวลาทั้งหมดที่อยู่ในสนามบินประมาณสองชั่วโมงจ้า
หลังจากนั้นก็มีคนจากเอเอฟเอสมารอรับด้วยเสื้้อเีขียวแป๊ดดดด
เออเอากะมันสิ กะเหรี่ยงเสื้อชมพูแปร๋นรวมพลังกับเจ้าถิ่นเสื้อเขียวอื๋อ นี่สนามบินหรืองานคาร์นิวัล 555555
แล้วเราก็ถูกยัดใส่รถบัสกับคนอีกนับสิบชาติเพื่อมุ่งหน้าสู่ โฮสเทล รังนอนของเด็กเอเอฟเอสที่จะร่วมชะตากรรมกันในดินแดนกระทิงดุแห่งนี้อีกสิบเืดือน
โปรดติดตามตอนต่อไป :)



No hay comentarios:
Publicar un comentario